เมื่ออายุมากขึ้น สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ การสูญเสียคอลลาเจนในผิวหน้า
โดยทั่วไปคอลลาเจนจะลดลงประมาณ 1% ต่อปี ส่งผลให้ผิวเริ่มหย่อนคล้อย ไม่แน่นกระชับ และกรอบหน้าไม่ชัดเหมือนเดิม
การยกกระชับผิวหน้าจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูเต่งตึงและอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
หลักการทำงานของเครื่องมือยกกระชับผิวหน้า
เครื่องมือแพทย์ที่ใช้ในการยกกระชับผิวหน้าส่วนใหญ่ มีหลักการทำงานคล้ายกัน คือ
กระตุ้นการบาดเจ็บในชั้นผิวที่เหมาะสมด้วยพลังงานความร้อน
เพื่อให้ร่างกายเริ่มกระบวนการซ่อมแซม และสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่
หลังจากผิวชั้นใต้ผิวหนังได้รับพลังงานความร้อน
ร่างกายจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน ในการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อฟื้นฟูผิวบริเวณนั้น
ประเภทพลังงานที่ใช้ในการยกกระชับ
เครื่องมือยกกระชับแต่ละชนิดใช้พลังงานที่แตกต่างกัน ได้แก่
🔹 RF (Radio Frequency)
- ใช้ความร้อนในช่วงประมาณ 40–60°C
- ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและความกระชับของผิว
- เหมาะกับการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม
🔹 MFU (Micro-Focused Ultrasound)
- ใช้จุดความร้อนประมาณ 60–70°C
- คลื่นอัลตราซาวด์สามารถลงลึกถึงชั้นผิวเป้าหมาย โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน
- เหมาะกับการยกกระชับโครงสร้างผิว
🔹 RF Microneedle
- ใช้ความร้อนประมาณ 65–70°C ผ่านเข็มขนาดเล็ก
- มีระบบช่วยป้องกันไม่ให้ผิวชั้นบนถูกเบิร์น
- เน้นการฟื้นฟูผิวและกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึก
ปัจจัยสำคัญสู่ผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจน
เพื่อให้การยกกระชับเห็นผลอย่างมีประสิทธิภาพ
แพทย์จะพิจารณาการกระตุ้นผิวใน ทุกมิติของชั้นผิว (แกน X, Y, Z)
ไม่ใช่เพียงการยิงพลังงานลงไปในจุดเดียว
การเลือกเครื่องมือ ความลึก พลังงาน และตำแหน่งที่เหมาะสม
จึงมีผลต่อผลลัพธ์อย่างมาก และควรทำภายใต้การประเมินของแพทย์
การเปลี่ยนแปลงของผิวหลังการยกกระชับ
หลังการทำยกกระชับ ผิวจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะ ดังนี้
- Day 0–1
เกิดการอักเสบเล็กน้อยจากความร้อน
ใบหน้าอาจดูยกขึ้นประมาณ 20% และมีอาการบวมเล็กน้อย - Day 1–7
เซลล์ไฟโบรบลาสต์เริ่มทำงาน
ผิวจะค่อย ๆ ดูยกกระชับขึ้นประมาณ 30–50%
การดูแลผิวและการรับประทานโปรตีนอย่างเพียงพอ ช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจน - Day 14–30
คอลลาเจนใหม่เริ่มแข็งแรง
เห็นผลลัพธ์การยกกระชับและคุณภาพผิวที่ชัดเจนขึ้น
Doublo Micro Needle คืออะไร
Doublo Micro Needle หรือ RF Microneedle (RM)
เป็นหนึ่งในหัวยิงของเครื่อง Doublo 2.0
ออกแบบมาเพื่อเน้นการฟื้นฟูผิวชั้นบนและชั้นกลางโดยเฉพาะ
หัวยิงนี้ใช้ เข็มขนาดเล็กมาก (Microneedle)
สามารถปรับระดับความลึกได้ตั้งแต่ 0.3–3.5 มิลลิเมตร
พร้อมปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ลงสู่ผิวในตำแหน่งที่แม่นยำ
หลักการทำงานของ Doublo Micro Needle
การทำงานแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก
1️⃣ การสร้าง Micro-injury
เข็มขนาดเล็กสร้างบาดแผลระดับจุลภาค
กระตุ้นกลไกการซ่อมแซมตัวเองของร่างกายตามธรรมชาติ
2️⃣ การปล่อยพลังงาน RF
พลังงาน RF จะถูกปล่อยที่ปลายเข็ม
สร้างความร้อนในชั้นผิวลึก เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่
Doublo Micro Needle ช่วยแก้ปัญหาผิวอะไรได้บ้าง
- หลุมสิว : กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น
- ริ้วรอยตื้น : ผิวแน่นขึ้น ริ้วรอยดูจางลง
- รูขุมขนกว้าง : โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง
- ผิวไม่เรียบ : Texture ผิวดีขึ้น เรียบเนียนและกระจ่างใส
- ผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย : ผิวโดยรวมดูกระชับขึ้น
Doublo Micro Needle ต่างจาก Pico อย่างไร
Pico Laser ใช้พลังงานแสงเลเซอร์เป็นหลัก
เหมาะกับการปรับสีผิว จุดด่างดำ และงานผิวชั้นบน
ในขณะที่ Doublo Micro Needle
สามารถลงลึกถึงชั้นผิวได้มากกว่า
และใช้พลังงานความร้อนจาก RF เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึก
ในบางกรณี โดยเฉพาะปัญหา หลุมสิวหรือผิวที่ต้องการการฟื้นฟูเชิงโครงสร้าง
Doublo Micro Needle อาจให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
การยกกระชับผิวหน้าให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ไม่ใช่แค่การเลือกเครื่องมือที่ดี
แต่คือการ เลือกเทคโนโลยีให้เหมาะกับปัญหาผิวและโครงสร้างของแต่ละบุคคล
การประเมินโดยแพทย์จึงเป็นขั้นตอนสำคัญ
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นธรรมชาติ และเหมาะกับคุณจริง ๆ




